เลือกภาษา
     
เมนูหลัก
icon_community.gif หน้าแรก
icon_home.gif เกี่ยวกับเลิดสิน
tree-T.gif ประวัติเลิดสิน
tree-T.gif ที่ตั้ง
tree-L.gif สายตรง เลิดสิน
som_themes.gif ตารางตรวจแพทย์
icon_help.gif บทความ/วารสาร
tree-T.gif ร้องเรียน
tree-T.gif ค้นหาบทความ
tree-T.gif บทความทั้งหมด
tree-L.gif ดูหัวข้อบทความ
favoritos.gif News
tree-T.gif ข่าวสาร
tree-T.gif หัวข้อเรื่อง
tree-L.gif เผยแพร่ข่าวสาร
som_downloads.gif Link
tree-L.gif สหกรณ์เลิดสิน
กรมบัญชีกลาง
ราคากลาง การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
งานวิจัย

งานถ่ายทอดเทคโนการแพทย์
โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข: ความรู้สู่ประชาชน

ค้นหาในหัวข้อนี้:   
[ กลับไปที่หน้าแรก | กรุณาเลือกหัวข้อใหม่ ]

โรคนิ้วล็อกไม่ต้องทนทรมานอีกแล้ว แพทย์ รพ.เลิดสิน คิดเครื่องมือผ่าตัดคนไข ้เพียง
ความรู้สู่ประชาชน นิ้วล็อกแพทย์ผ่าวันเดียว!
(เดลินิวส์ 17 ส.ค.45)

          โรคนิ้วล็อกไม่ต้องทนทรมานอีกแล้ว แพทย์ รพ.เลิดสิน คิดเครื่องมือผ่าตัดคนไข ้เพียงเจาะโคนนิ้วคนไข้ และใช ้เครื่องมือแพทย์ที่ดัดแปลงขึ้นมาตัดปลอกเอ็นวันเดียวแผลหาย นิ้วมือกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ไม่ต้องรักษาแผลเกือบ 2 สัปดาห์ เหมือนเก่า คนป่วยเป็นโรคนิ้วล็อกแห่ไปรับการรักษาเพียบ ผอ.สำนักผังเมือง กทม.ไปผ่ามาแล้วถึง 3 นิ้ว

          เมื่อวันที่ 16 ส.ค. น.พ.วิชัย วิจิตรพรกุล ผู ้ช่วย ผอ.รพ.เลิดสิน เปิดเผยว่าในปัจจุบันได้มีคนไข้ มารับการตรวจรักษาโรคนิ้วล็อก หรือโรคเอ็นนิ้วมือยึด เป็นจำนวนมาก โรคนิ้วล็อกเป็นโรค ที่พบบ ่อยที่สุดโรคหนึ่งของนิ้วมือ ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย พบในวัยกลางคนขึ้นไป คนทำงานหนักหิ้วของหนัก นิ้วมือต้องเกร็ง และเอ็นนิ้วมือต้องเสียดสี และบวมรัดปลอกหุ้มเอ็นจนเอ็นไม่สามารถ ลอดผ่านปลอกเอ็นได้ ทำให้นิ้วนั้น ๆ งอไม่ลง หรืองอได้แต่เหยียดไม่ออก หรือเหยียดออกได้ก็ จะมีเสียงดังคลิก หรือต้องช่วยง้างออก ซึ่งจะเจ็บมาก และมักจะมีจุดกดเจ็บที่ฐานนิ้ว โรคนี้หาก ไม่รักษา นิ้วอาจจะอยู่ในท่างออยู่อย่างนั้นหรือเหยียดอยู่อย่างนั้น แต ่ใช้งานไม ่ได ้ เปรียบเสมือนเป็นนิ้วพิการ

         ผู ้ช่วย ผอ.รพ.เลิดสิน กล่าวต่อว่าการรักษานั้น ถ้าเป็นไม่มากหรือไม่นาน อาจหายเองได้ ถ้าเป็นน ้อยก็เพียงรักษาด ้วยการฉีดยาสเตอรอยด์ เข้าไปในปลอกหุ้มเอ็น อาการอาจหายได้ แต่อาจกลับมาเป็นใหม ่ได้อีกใน 3-6 เดือน แต ่มีจำนวนครึ่งหนึ่งที่ฉีดยาไม่ได้ผล ต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดต้องผ่าลงไปตัดปลอกหุ้มเอ็นส่วนต้น ที่เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนตัวของเส้นเอ็น โดยผ่าตั้งแต่ชั้นผิวหนังเปิดแหวกแผลจนเห็นเส้นเอ็นและปลอกเอ็น ผ ่าตัดเสร็จแล้วต ้องเย็บแผล ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห ์ จึงตัดไหมได้กว ่า แผลจะหาย

         น.พ.วิชัย กล่าวอีกว่า สมัยก่อนแพทย์ ต้องนัดคนไข้เข้าห ้องผ่าตัดใหญ่ แม้การผ่าตัดจะใช้เวลาไม่มาก แต ่แผลที่เกิดจากการผ่าตัดที่มือ นั้น กว่าจะรักษาให้หายได้ต ้องใช้เวลานาน เนื่องจากเราต้องใช้มือตลอดเวลา ผิวหนังที่มือจึงเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ทำให้แผลที่เกิดจากการผ่า ตัดหายยาก ด้วยเหตุนี้ตนจึงคิดวิธีผ่าตัดคนไข้ โรคนิ้วล็อก ด ้วยวิธีใหม่แบบง่าย ๆ ด ้วยการเจาะผิวหนังที่โคนนิ้วเป็นแผลเพียงเล็กน้อย แล้ว ใช ้เครื่องมือที่ดัดแปลงจากเครื่องมือเขี่ยฟัน (เครื่อง มือทำฟัน) ที่ชำรุดใช้งานไม่ได้แล้ว นำมากลึงลับให้คมเป็นพร้าเล็ก ๆ ยื่นลงไปตัดพังผืดที่ขวางการเคลื่อนที่ของเส็นเอ็น เป็นการผ่าตัดที่ง่าย รวดเร็ว ประหยัดเจ็บน ้อยกว่า แผลก็หายเร็วกว ่ามาก ผลแทรกซ้อนไม่มีเลย ส ่วนประสิทธิภาพของการผ่า ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการสัมผัสด้วยปลายมีดพร้าเล็ก ๆ แทนการมองเห็น และตั้งแต่ผ่าตัดคนไข้ด้วยวิธีการใหม ่นี้ จนถึงปัจจุบันมีผู้มารักษาด้วย การผ่าตัดวิธีใหม่นี้แล้วกว่า 5000 ราย

           ผู ้ช่วย ผอ.รพ.เลิดสิน กล่าวต่อว่าความผิดปกติของนิ้วมือที่พบบ่อยที่สุดในการใช้งานปกติในชีวิตประจำวัน คือในขณะที่คนเรากำมือแบมือ เอ็นของนิ้วมือก็จะถูกตรึงเสียดสีไปมากับปลอกหุ้มเอ็น หรือเข็มขัดรัดเส้นเอ็น ให้เส ้นเอ็นอยู ่ ชิดแนวแกนกระดูกนิ้วมือ การใช้งานรุนแรงทำให้มีการเสียดสีซ้ำ ๆ จนเอ็นและปลอกเอ็นบวมรัดติดกัน ทำให ้เป็นพังผืดหนาตัวขึ้น จนในที่สุดเกิดเป็นปมเอ็นไม่สามารถลอดผ่านไปได้ ทำให้ งอนิ้วไม่ลง หรือเหยียดนิ้วไม ่ออกเป็นอาการของนิ้วล็อก และตั้งแต่ตนใช้วิธีผ่าตัดแบบใหม่นี้ขึ้น ทำให้มีคนไข้เข ้ามารับการรักษาเป็นจำนวนมากและเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงอยากให้ช ่วยประกาศให้ผู ้ป่วยที่เป็นโรคนิ้วล็อก อย ่าทนทรมานอยู ต ่อไป ให้รีบมารับการรักษา และขณะนี้ทางสำนัก ข่าวซีเอ็นเอ็นกำลังติดต่อมาเพื่อเสนอวิธีการผ่าตัดด ้วยเครื่องมือแบบใหม่นี้ไปทั่วโลกด ้วย

         นายนิคม ไวยรัชพานิช ผอ.สำนักผัง เมือง กทม.เปิดเผยว่าตนเองเป็นคนไข้คนหนึ่งของ น.พ.วิชัย โดยนิ้วมือเกร็งงอไม ่สามารถยืดทำงานได้ตามปกติ ก็ไปปรึกษาหมอวิชัย ได้พาเข ้าห้องผ่าตัดฉีดยาชาแล ้วก็ผ่าใช ้เครื่องมือทำฟันกรีดผิวหนัง แล ้วสอดลงไปกรีดปลอกเอ็นเจ็บไม่ นาน วันรุ่งขึ้นไปตีกอล์ฟได้แล้ว ส่วนสาเหตุที่เป็นคงจะเนื่องจากต้องเซ็นงาน หรือมือใช ้งานมากจึงเกิดอาการนิ้วล็อกดังกล่าว ปัจจุบันตนได้ไปให้หมอวิชัย ผ่าตัดด ้วยวิธีนี้แล้วถึง 3 นิ้ว และได ้แนะนำพรรคพวกที่เป็นโรคนี้ให้ไปหาและก็หายทุกราย.


ผู้บันทึก admin เมื่อ จันทร์ 23 ธ.ค. 13@ 10:05:31 ICT (46208 ครั้ง)
(แสดงความเห็น? | จำนวน: 4.84)

สธ.เผยคนไทยฆ่าตัวตายลดลง “เหนือตอนบน” ติดอันดับตายมากสุด
ความรู้สู่ประชาชน

สธ.เผยคนไทยฆ่าตัวตายลดลง “เหนือตอนบน” ติดอันดับตายมากสุด
สธ.เผย ภาคเหนือตอนบนติดอันดับฆ่าตัวตายสูง เหตุเป็นโรคซึมเศร้า ชี้ เหล้าเป็นปัจจัยกระตุ้น ส่ง อสม.เยี่ยมบ้านพูดคุยให้การรักษาผู้ป่วยของต่อเนื่อง แนะควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และหมั่นออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน
       นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์การฆ่าตัวตายของคนไทย ว่า ปัจจุบันนี้ถือว่าลดลง โดยปี 2553 อยู่ที่ 5.71 แสนรายต่อประชากร เมื่อเทียบกับปี 2552 อยู่ที่ 5.97 รายต่อแสนประชากร ซึ่งเมื่อเทียบกับอัตราการฆ่าตัวตายกับประเทศแถบเอเซีย ถือว่าไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายต่ำกว่าประเทศอื่น อัตราความชุกของจังหวัดที่มีประชากรฆ่าตัวตายยังคงอยู่ในภาคเหนือตอนบน แต่โดยรวมถือว่าสถานการณ์ของประเทศดีขึ้น แต่ สธ.มีความพยายามในการลดปัจจัยเสี่ยงเพื่อทำให้ความสูญเสียจากการฆ่าตัวตายลดลงด้วย เช่น การใช้โครงการป้องกันการฆ่าตัวตายโดยการให้ อสม.เยี่ยมบ้านพูดคุย การให้การรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้โรงพยาบาลเพิ่มการรักษาและดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทำโครงการที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงก็พบว่าได้ผลดี เช่น ถนนปลอดเหล้า งานเทศกาลปลอดเหล้า เพราะเหล้าถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตาย ซึ่งพบว่าการดำเนินมาตรการเหล่านี้ช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายลงได้อย่างมาก
       นพ.อภิชัย กล่าวด้วยว่า อัตราการฆ่าตัวตายสูงใน 10 จังหวัดแรก ของปี 2553 ต่อแสนประชากร ได้แก่ ลำพูน 19.77 ราย แม่ฮ่องสอน 14.45 ราย เชียงราย 14.04 ราย น่าน 12.61 ราย เชียงใหม่ 12.28 ราย จันทบุรี 11.5 ราย แพร่ 11.05 ราย อุตรดิตถ์ 9.94 ราย ระยอง 9.69 ราย พะเยา 9.45 ราย ซึ่งพบว่า จ.ลำพูน มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่ 13.58 รายต่อแสนประชากร
       “ปัจจัยที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตาย ส่วนใหญ่เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียด จะพบปัจจัยของโรคซึมเศร้าร่วมด้วยเสมอ ส่วนสาเหตุอื่นๆ เป็นตัวกระตุ้น เช่น ความผิดหวังจากความรัก การเรียน แต่สาเหตุสำคัญที่พบบ่อย คือ การดื่มเหล้า ดังนั้น หากมีญาติป่วยเป็นโรคนี้ควรแนะนำให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อย วันละ 30 นาที”นพ.อภิชัย กล่าว

ค้นคืนจากhttp://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000050843



ผู้บันทึก webmaster เมื่อ พุธ 27 เม.ย. 11@ 06:23:14 ICT (3543 ครั้ง)
(มีต่อ... | 3 ข้อคิดเห็นต่างๆ | จำนวน: 5)

อย.ชี้แนวโน้มสินค้าปลอมทะลักชายแดน
ความรู้สู่ประชาชน         “หมอพิพัฒน์” เผยช่วงปีที่ผ่านมา อย.พบ ยา อาหาร เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง และวัตถุที่ออกฤทธิ์ ผิด พ.ร.บ.เพียบ ระบุแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะแถบชายแดน ชี้ครึ่งหนึ่งเป็นของปลอม
        นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2552 - 30 ก.ย.2553 อย.ได้รวบรวมสถิติการเปรียบเทียบปรับโดยแบ่งเป็นประเภทยา อาหาร เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง และวัตถุที่ออกฤทธิ์ พบว่า มีผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รวมทั้งหมด 1,013 ราย รวมเป็นเงิน 8,080,000 บาท โดยแบ่งเป็น ความผิดเรื่องยา 314 ราย มูลค่า 2,420,700 บาท ความผิดด้านอาหาร 553 ราย มูลค่า 3,169,400 ราย ความผิดเรื่องเครื่องมือแพทย์ 85 ราย 2,037,500 บาท ความผิดเรื่องเครื่องสำอาง 28 ราย มูลค่า 128,000 ราย วัตถุที่ออกฤทธิ์ 33 ราย มูลค่า 324,400 บาท
        นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า การควบคุมโฆษณา และ ควบคุมผลิตภัณฑ์ ในส่วนของสินค้าขายตรงถือว่าควบคุมได้ยาก เพราะมีการจัดทำสื่อ และขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม เป็นการทำลักษณะปิดทำให้ตรวจสอบยากจึงต้องการความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสอย่างมาก
         “นอกจากนี้ พบว่า แนวโน้มการผลิตสินค้าลอกเลียนแบบ เช่น ชา กาแฟ คอฟฟีเมท ช็อกโกแลต ขนม เครื่องสำอาง มีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนมากนำเข้าจากต่างประเทศ พบบ่อยตามชายแดน เป็นร้านเร่ขายตามตลาดนัด แผงลอย ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นของปลอม” นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า
        นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า แม้จะพบว่าสินค้าเลียนแบบยังพบไม่มากนัก แต่หากไม่มีมาตรการควบคุมก็จะขยายตัวไปในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้ ไม่ทราบที่มา และแหล่งผลิต อาจเกิดอันตรายจากการปนเปื้อนสารต่างๆ เพราะไม่มีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ดังนั้น หากซื้อสินค้าให้ซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น ร้านที่มีหลักแหล่ง ที่อยู่ชัดเจน เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของสินค้าได้ และอย่าซื้อสินค้าราคาถูกกว่าปกติเพราะพบว่าครึ่งหนึ่งเป็นของปลอม

สืบค้นจาก http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000043404

ผู้บันทึก webmaster เมื่อ จันทร์ 11 เม.ย. 11@ 07:04:29 ICT (3156 ครั้ง)
(มีต่อ... | 3 ข้อคิดเห็นต่างๆ | จำนวน: 0)

ประกาศ ผู้ชนะการสอบราคาซื้อเครื่องมือถ่างสำหรับผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอด้านหน้า
ความรู้สู่ประชาชน

ประกาศโรงพยาบาลเลิดสิน
เรื่อง

--------------------------------------------------------------------------------


                ตามที่โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ดำเนินการสอบราคาซื้อเครื่องมือถ่างสำหรับผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอด้านหน้า จำนวน 1 ชุด นั้น ปรากฏว่าผู้ชนะการสอบราคาได้แก่ บริษัท ฟินิกซ์ เซอรจิคัล อิควิปเม้นท์ จำกัด โดยเสนอราคาสินค้ารวมภาษีเป็นเงินทั้งสิ้น 395,000.- บาท (สามแสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
 

ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553



ผู้บันทึก webmaster เมื่อ อังคาร 16 มี.ค. 10@ 11:45:33 ICT (3980 ครั้ง)
(มีต่อ... | 3 ข้อคิดเห็นต่างๆ | จำนวน: 1)

ประกาศ ผู้ชนะการสอบราคาซื้อเครื่องดูดไขมันระบบสั่น
ความรู้สู่ประชาชน

ประกาศโรงพยาบาลเลิดสิน
เรื่อง ผู้ชนะการสอบราคาซื้อเครื่องดูดไขมันระบบสั่น

--------------------------------------------------------------------------------


                ตามที่โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ดำนินการสอบราคาซื้อเครื่องดูดไขมันระบบสั่น จำนวน 1 ชุด นั้น ปรากฏว่า ผู้ชนะการสอบราคาได้แก่ บริษัท เมดิแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย เสนอราคาสินค้ารวมภาษีเป็นเงินทั้งสิ้น 1,080,000.- (หนึ่งหล้าแปดหมื่นบาทถ้วน)
 

ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553



ผู้บันทึก webmaster เมื่อ อังคาร 16 มี.ค. 10@ 11:43:57 ICT (3487 ครั้ง)
(มีต่อ... | 3 ข้อคิดเห็นต่างๆ | จำนวน: 0)

ขั้นต้อนการเข้ารับบริการ
กลุ่มงาน
กลุ่มงานเภสัช
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย
manual
ระยะเวลารอ ยา แต่ละช่วงเวลา
 
Time
บริการเลิดสิน
ประกาศราชกิจจานุเบกษา
โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 190 ถนนสีลม แขวงศรีเวียง เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์ 0 2353 9800 (ระบบอัตโนมัติ)0 2353 9801 ผ่านพนักงานศูนย์โทรศัพท์ โทรสาร 0-2353-9621 อีเมล์ : lerdsin_hospital@hotmail.com facebook : www.facebook.com/lerdsin.hosp